มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย
MAHAVAJIRALONGKORN BUDDHIST COLLEGE

 

ตราประจำสถาบัน

อักษรย่อ
ม.ว.ก.

อัตลักษณ์
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน เพียบพร้อมด้วยความรู้และความประพฤติ

เอกลักษณ์
วิริยะ ขันติ สัจจะ กตัญญู
ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ ตอบแทนบุญคุณ

ปรัชญา
วชิรูปมจิตฺโต สิยา พึงเป็นผู้มีจิตแกร่งประดุจเพชร

 


 

ประวัติ

สถานที่ตั้ง
มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัยตั้งอยู่ในบริเวณวัดชูจิตธรรมาราม พระอารามหลวง เลขที่ 57 หมู่ที่ 1 ตำบลสนับทึบ
อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รหัสไปรษณีย์ 13170 ถนนพหลโยธิน ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 73 – 74 สาย
กรุงเทพมหานคร – สระบุรี โทร. (035) 745-039, (085) 1750838 โทรสาร. (035) 745-019
ประวัติความเป็นมา
ด้วยพระดำริของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายีมหาเถร) วัดมกุฏกษัตริยาราม
ขณะทรงดำรงตำแหน่งนายกสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ที่ว่า“ ความสำคัญของการศึกษาของคณะสงฆ์ในปัจจุบันนี้
จะต้องอนุวัติให้ทันกับความเจริญของโลกซึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” พระองค์จึงทรงมีพระประสงค์ที่จะขยายการศึกษาของ
คณะสงฆ์ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ในปี พ.ศ. 2513 -2514 ได้ทรงจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ร่างหลักสูตรพระ
ปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้เป็นหลักสูตรหนึ่งในปี พ.ศ. 2514 สมัย ฯพณฯ สุกิจ
นิมมานเหมินทร์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเมื่อกระทรวง ฯ ประกาศใช้หลักสูตรแล้ว พระองค์ได้ทรง
เปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แห่งแรกขึ้นชื่อว่าโรงเรียนวชิรมกุฏ ที่บริเวณหลัง วัดมกุฏกษัตริยาราม
กรุงเทพมหานคร เป็นสาขาแห่งหนึ่งของสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัยโดยใช้หลักสูตรพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
เมื่อวันที่1ตุลาคมพ.ศ. 2514
ในปีเดียวกันนี้ นายฉบับ คุณนายสงวน ชูจิตารมย์ ได้มีจิตศรัทธาถวายที่ดิน จำนวน 186 ไร่ ที่ตำบล
สนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ต่อมาได้มีผู้บริจาคซื้อถวายเพิ่มเติมเป็น 736 ไร่) ให้เป็นที่ตั้งสถานศึกษา
ของคณะสงฆ์ขยายการศึกษาออกไปสู่ชนบท เปิดทำการสอนพระภิกษุสามเณรขึ้น ได้ทรงวางวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสถาบัน
สงฆ์แห่งนี้ไว้ 6 ประการ คือ :-

1. เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงของคณะสงฆ์
2. เพื่อเป็นสถานที่พักอาศัยเล่าเรียนของพระภิกษุ – สามเณร
3. เพื่อเป็นสถานที่พักอาศัยเล่าเรียนวิชาการทางพระพุทธศาสนาของชาวต่างประเทศ
4. เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการชั้นสูงเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
5. เพื่อเป็นสถานที่อบรมในด้านการปฏิบัติธรรม
6. เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาฝึกอบรมพระภิกษุผู้จะปฏิบัติศาสนกิจในระดับสูง เช่น งานด้าน
การปกครอง การเผยแผ่ การสาธารณูปการ เป็นต้น
ขณะที่ทรงเตรียมการจะดำเนินงานภายหลังชาวบ้านเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นแล้ว แต่พระดำริดังกล่าวยังมิ ทันสัมฤทธิ์ผล
พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เสียก่อน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2514
ต่อมาปี พ.ศ. 2516 พระเถรานุเถระผู้มีบทบาทในการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์หลายรูปเช่น
1. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ฯ วัดบวรนิเวศวิหาร
2. สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ประจวบ กนฺตาจาโร) วัดมกุฏกษัตริยาราม
3. สมเด็จพระญาณวโรดม (ประยูร สนฺตงฺกโร) วัดเทพศิรินทราวาส
4. พระธรรมวราจารย์ (แบน กิตฺติสาโร) วัดบวรนิเวศวิหาร
5. พระธรรมปาโมกข์ (สุวรรณ กญฺจโน) วัดมกุฏกษัตริยาราม
6. พระเทพเจติยาจารย์ (วิริยังค์ สิรินฺธโร) วัดธรรมมงคล

7. พระเทพปัญญากวี (บรรจง กลฺลิโต) วัดมกุฏกษัตริยาราม
ได้ร่วมกันก่อตั้งสถาบันสงฆ์แห่งนี้ขึ้น เริ่มแรกใช้ชื่อว่า สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย สาขาวังน้อย เป็นที่รู้จัก
กันของประชาชนโดยทั่วไปว่า “ วิทยาลัยสงฆ์วังน้อย ”ในปี พ.ศ. 2519ได้ขอตั้งเป็นวัดชื่อ “วัดชูจิตธรรมาราม” เพื่อเป็น
เกียรติแก่วงศ์สกุล ชูจิตารมย์ ผู้ถวายที่ดินเพื่อการก่อตั้งครั้งแรก (ปี พ.ศ. 2521 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา)ต่อมาเมื่อ
วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2520 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระนามาภิไธยในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยาม
มกุฏราชกุมาร ว่า “มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย” และทรงพระราชทานพระนามาภิไธยย่อว่า “ ม.ว.ก.” ภายใต้เสมา
ธรรมจักร พร้อมทั้งพระราชทานสุภาษิตว่า “วชิรูปมจิตฺโต สิยา” (พึงเป็นผู้มีจิตแกร่งประดุจเพชร) ให้เป็นตราประจำสถาบัน
ด้านการศึกษา
มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย เป็นห้องเรียนหนึ่งของโรงเรียนวชิรมกุฏ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 –
2533 และได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาชื่อว่าโรงเรียนมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2534 โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวโรดม เป็นผู้เสนอขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียน ท่าน
เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้จัดการโรงเรียน และมีพระเดชพระคุณพระกิตติสารมุนี เป็นผู้อำนวยการ